ปัญหาเชิญปวดศีรษะของผู้ครอบครองคอนโด

ปัญหาเชิญปวดศีรษะของผู้ครอบครองคอนโด

สำหรับผู้ที่พักอาศัยในเมืองใหญ่ การลงทุนซื้อบ้านกลางเมืองสักข้างหลัง คงจะเกิดเรื่องที่มากยิ่งไม่น้อย


เพราะเหตุว่าเวลานี้ราคาบ้านเดี่ยวหรือจนกระทั่งทาวน์เฮ้าส์นั้น ไปไกลมาก กำเงินไว้สัก 5 ล้านไม่มั่นใจเลยว่าจะซื้อได้หรือเปล่า ด้วยเหตุดังกล่าววัยรุ่นคนกรุงทั้งหลายแหล่ก็เลยหันมามองดูกันที่อาคารชุดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะเหตุว่าราคาเข้าขั้นด้ามจับจำเป็นต้องได้ การเดินทางแม้ว่าจะไม่มีรถส่วนตัวแต่ว่าก็ยังสบาย เมื่อก่อนจะตกลงปลงใจซื้อ ทดลองพินิจพิเคราะห์ดูดีๆก่อน เพราะเหตุว่าอาคารชุดนั้นมีข้อเสียอยู่ไม่น้อยเช่นเดียวกัน ทดลองใคร่ครวญดูกรจ้ะว่าจะยอมรับได้ไหม

1. ที่จอดรถไม่เพียงพอ หยุดรถยนต์น้อยเกินไป
ปัญหาสุดได้รับความนิยมของคอนโดเกือบทุกที่ก็ว่าได้ (ละเว้น คอนโดที่รับรองที่จอดรถไว้ทุกห้อง) เพราะว่าที่จอดรถนั้นเป็นทรัพย์สมบัติศูนย์กลางที่ทุกคนในคอนโดใช้ด้วยกันได้ ฉะนั้นคุณควรทำการศึกษาเรียนรู้และทำการค้นคว้าข้อมูลหรือซักถามจากเซลล์ให้แจ้งชัดว่ามีหยุดรถยนต์กี่เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งทุกห้องจะถึงที่เหมาะหยุดรถยนต์ทั่วถึงหรือเปล่า จะต้องเสียค่าที่จอดรถเช่นไร มีมาตรการจำกัดจำนวนรถยนต์สำหรับแต่ละยูนิตหรือไม่ ? แต่ว่าถ้าคุณมิได้ใช้รถยนต์ ปัญหานี้ก็อาจไม่มีความสำคัญสำหรับคุณ
2. ปัญหาจากเพื่อนบ้าน
นับเป็นอีกปัญหาที่คลาสสิกมากมาย เนื่องจากอาคารชุดเป็นศูนย์รวมอยู่ของหลายสิบหลายร้อยครอบครัว ต่างคนก็ต่างที่มา ปัญหาจากเพื่อนบ้านที่พบได้ทั่วไปบ่อยมากก็คือปัญหาจากเสียงดังรบกวน ปัญหาขยะ ปัญหาความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมถึงปัญหากลิ่นยาสูบ ที่คนอื่นๆดูดแต่ว่าควันลอยเข้ามาในห้องพวกเรา ซึ่งตรงจุดนี้ถ้าเกิดนิติบุคคลไม่แข็งแกร่งจริงๆก็ดำรงอยู่กันตรากตรำ
3. น้ำรั่วซึม
ปัญหานี้ยิ่งโครงงานเก่ามากแค่ไหน ก็ยิ่งมีปัญหานี้เยอะขึ้นเรื่อยๆเพียงแค่นั้น แม้คุณจะซื้อคอนโดมือชั้นยอดก็ตามก็เสี่ยงบางทีอาจกำเนิดปัญหาเพราะว่าการก่อสร้างที่มิได้มาตรฐานได้ ในขั้นแรกที่ซื้อคอนโดแล้วยังอยู่ในตอนรับรองปีแรก ควรจะสำรวจให้ดีๆยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูฝน
4. ปัญหาเกี่ยวกับลิฟต์น้อยเกินไป
เพราะจำนวนของคนอาศัยในอาคารมีเยอะมาก ก็เลยมักมีปัญหาลิฟต์น้อยเกินไปต่อการใช้แรงงาน ไม่สามารถที่จะขนส่งคนขึ้นลงได้เร็วพอเพียงในเวลาเร่งด่วน ปัญหานี้จะยิ่งเข้มขึ้นขึ้นถ้าเกิดเป็นคอนโดแบบ High Rise ก่อนซื้อคอนโดควรจะตรวจเช็คแบบตึกว่ามีลิฟต์กี่ตัว ปริมาณมาตรฐานของลิฟท์อาคารชุดจะอยู่ที่ 1:100 แสดงว่าในทุกๆ100 ห้อง ต้องมีลิฟต์ขั้นต่ำ 1 ตัว ถ้าเกิดน้อยกว่านี้ก็บางทีอาจยัดเยียด ไม่พอต่อการใช้แรงงานได้
5. สัญญาณโทรศัพท์และก็สัญญาณอินเตอร์เนต
ยิ่งคอนโดมีขนาดใหญ่เยอะแค่ไหน คุณยิ่งจะต้องตรวจทานตัวตึกก่อนว่าได้จัดตั้งตัวขยายสัญญาณมากขึ้นหรือเปล่า โดยยิ่งไปกว่านั้นในคอนโดชั้นสูงๆหรือห้องที่อยู่ในที่อับ ชอบเจอกับปัญหานี้บ่อยๆ
6. ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้พื้นที่รวมทั้งเงินศูนย์กลาง
ปัญหาสินทรัพย์ศูนย์กลางแม้ว่าจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่มโหฬาร แต่ว่าดูเหมือนจะทุกแผนการก็มักมีปัญหานี้ ด้วยความเห็นแก่ได้ของคนบางบุคคล ปัญหานี้นอกเหนือจากเรื่องของความสำนึกแล้ว ทางนิติบุคคลก็จะต้องมีกฎที่ครัดเคร่งด้วย เพื่อทุกคนได้อยู่ร่วมกันได้
7. ลูกบ้านไม่ยินยอมจ่ายค่าศูนย์กลาง
ปัญหานี้ก็เกิดขึ้นเกือบทุกแผนการเหมือนกัน เหตุผลก็เป็นเพราะเหตุว่าบางเวลาผู้บริโภคไว้แล้วมิได้มาพักอาศัย ก็ไม่ยินยอมจ่าย หรือให้ผู้ที่มาเช่าจ่ายเอง คนเช่าก็ไม่ยินยอมจ่ายอีก ฯลฯ ในส่วนของค่าศูนย์กลางนี้มีความสำคัญสำหรับในการดูแลสินทรัพย์ศูนย์กลางของคอนโด จ่ายค่าแม่บ้าน ค่า รปภ. ค่าจำกัดขยะ ค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าบำรุงรักษาอื่นๆอื่นๆอีกมากมาย ถ้าหากแผนการเก่าแล้วมีลูกบ้านไม่ยินยอมจ่ายค่าศูนย์กลางหลายๆห้อง ในอนาคตก็บางทีอาจขายต่อได้ยาก แล้วก็คอนโดก็จะย่ำแย่เร็วทันใจด้วย

ก่อนจะซื้อคอนโดก็ทดลองนำเอาปัญหาข้างต้นพวกนี้ไปพินิจพิเคราะห์มอง ถ้าว่ายอมรับได้หรือเปล่ามีความคิดว่าจะเป็นหัวข้อ ก็ฝ่าเลยจ้ะ เพราะเหตุว่าการซื้ออสังหาริมทรัพย์ยิ่งซื้อเร็ว ซื้อตอนอายุน้อยมากแค่ไหน ก็ยิ่งกู้ได้นานปีขึ้นแค่นั้น เป็นการบริหารจัดแจงเงินที่ดีด้วยนะคะ